# ร้านอาหารปี 2569 ควรเลือกแหล่งเงินแบบไหน ให้เหมาะกับค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท
ธุรกิจร้านอาหารเป็นกิจการที่มีเงินเข้าและเงินออกแทบทุกวัน แต่การมีรายรับต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่าเงินสดที่เหลืออยู่จะเพียงพอกับค่าใช้จ่ายทุกประเภทเสมอไป เพราะร้านอาหารมีทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าแพลตฟอร์มส่งอาหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น การซื้ออุปกรณ์ครัว ปรับปรุงพื้นที่ หรือเพิ่มสาขา
คำถามสำคัญในปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงว่า ร้านสามารถหาเงินเพิ่มจากที่ใดได้บ้าง แต่ควรถามต่อว่า เงินแต่ละแหล่งเหมาะกับค่าใช้จ่ายแบบใด
เหตุผลคือ เงินที่ใช้ซื้อวัตถุดิบสำหรับหนึ่งสัปดาห์มีลักษณะแตกต่างจากเงินที่ใช้ซื้อเตา ตู้เย็น หรือระบบครัวซึ่งสามารถใช้งานได้หลายปี หากนำเงินที่มีระยะเวลาสั้นไปใช้กับทรัพย์สินที่ให้ประโยชน์ระยะยาว ร้านอาจต้องจ่ายคืนเร็วกว่าความสามารถที่ทรัพย์สินนั้นสร้างรายได้กลับมา
ในทางกลับกัน หากใช้เงินที่มีภาระระยะยาวกับค่าใช้จ่ายที่หมดไปภายในไม่กี่วัน ก็อาจทำให้ต้นทุนของกิจการสูงโดยไม่จำเป็น
ดังนั้น การเลือกแหล่งเงินของร้านอาหารควรเริ่มจาก สิ่งที่จะนำเงินไปใช้ ก่อนเสมอ
## 1. เงินของร้านเอง เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ได้และเกิดขึ้นเป็นประจำ
แหล่งแรกที่มักถูกมองข้ามคือเงินสดที่กิจการสร้างขึ้นเองจากการดำเนินงาน
ร้านอาหารที่เปิดมาระยะหนึ่งและมียอดขายสม่ำเสมออาจสามารถกันเงินบางส่วนจากรายรับในแต่ละเดือนสำหรับการเปลี่ยนอุปกรณ์ขนาดเล็ก ซ่อมแซมร้าน เพิ่มโต๊ะ ซื้อภาชนะ หรือทดลองเมนูใหม่
ข้อดีของการใช้เงินที่ร้านมีอยู่คือไม่สร้างค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มเติม และเจ้าของสามารถตัดสินใจได้ค่อนข้างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำเงินสดของร้านออกมาใช้จนเหลือน้อยเกินไป
ตัวอย่างเช่น ร้านมีเงินสด 800,000 บาท และต้องการปรับปรุงร้าน 700,000 บาท การใช้เงินเกือบทั้งหมดอาจดูเหมือนช่วยลดค่าใช้จ่ายจากแหล่งภายนอก แต่หลังปรับปรุงเสร็จร้านยังต้องจ่ายค่าแรง ค่าเช่า ค่าวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายประจำต่อไป
ดังนั้น เงินของร้านเองเหมาะกับค่าใช้จ่ายที่ไม่ทำให้เงินสดสำรองลดลงจนกระทบการดำเนินงานประจำ
## 2. เครดิตจากผู้จำหน่าย เหมาะกับวัตถุดิบและสินค้าที่หมุนเร็ว
สำหรับร้านอาหาร เงินไม่ได้ออกเฉพาะในวันที่ลูกค้าเข้าร้าน แต่ต้องจ่ายตั้งแต่ก่อนเกิดยอดขาย เช่น ซื้อเนื้อสัตว์ อาหารทะเล เครื่องดื่ม วัตถุดิบแห้ง หรือบรรจุภัณฑ์
หากร้านต้องจ่ายค่าวัตถุดิบทันทีทุกครั้ง แต่รายรับบางส่วนยังอยู่ในรอบรับชำระจากเดลิเวอรีหรือช่องทางอื่น เงินสดของร้านจะถูกใช้ไปก่อน
หนึ่งในทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามคือเครดิตทางการค้าจากผู้จำหน่าย
ตัวอย่างเช่น ผู้จำหน่ายส่งวัตถุดิบให้ร้านวันนี้ แต่กำหนดให้ชำระภายใน 15 หรือ 30 วัน ระหว่างนั้นร้านสามารถนำวัตถุดิบไปประกอบอาหารและขายให้ลูกค้าได้ก่อน
หากรอบขายสินค้าเร็วกว่ารอบชำระผู้จำหน่าย ร้านอาจสามารถบริหารเงินสดได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเงินจำนวนมากเข้ามาในระบบ
อย่างไรก็ตาม เครดิตจากผู้จำหน่ายควรถูกใช้กับสินค้าที่หมุนเวียนจริง หากซื้อวัตถุดิบมากเกินความจำเป็นเพียงเพราะยังไม่ต้องจ่ายทันที สุดท้ายอาจกลายเป็นสต็อกที่เสื่อมคุณภาพหรือสูญเสียแทน
## 3. วงเงินระยะสั้น เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วกลับมาเป็นเงินสดเร็ว
ร้านบางประเภทมีช่วงที่ต้องจ่ายเงินก่อนรับรายได้ เช่น ร้านจัดเลี้ยงที่ต้องซื้อวัตถุดิบก่อนวันงาน ร้านที่เตรียมสินค้าเพิ่มก่อนเทศกาล หรือร้านที่มียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์จำนวนมากแต่ต้องรอรอบโอน
สถานการณ์ลักษณะนี้ต่างจากการซื้อสินทรัพย์ระยะยาว เพราะเงินถูกใช้เพียงช่วงหนึ่งและมีรายรับตามกลับมาในระยะค่อนข้างสั้น
แหล่งเงินระยะสั้นจึงเหมาะกับการรองรับรอบลักษณะนี้มากกว่า
หลักสำคัญคือ ต้องเห็นได้ว่าเงินกลับเข้ามาจากที่ใดและเมื่อใด
ตัวอย่างเช่น ร้านจัดงานเลี้ยงมูลค่า 500,000 บาท ต้องจ่ายวัตถุดิบและค่าแรงก่อนประมาณ 220,000 บาท และลูกค้าชำระส่วนที่เหลือหลังงาน 15 วัน
ความต้องการใช้เงินจริงของร้านเกิดขึ้นในช่วงประมาณสองสัปดาห์ ไม่ใช่ตลอดหลายปี
หากพิจารณา **สินเชื่อเพื่อธุรกิจ** สำหรับสถานการณ์ลักษณะนี้ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจำนวนที่ได้รับ แต่ต้องดูว่ารอบชำระสอดคล้องกับช่วงที่รายได้กลับเข้ามาหรือไม่
## 4. การผ่อนอุปกรณ์เหมาะกับของที่ใช้สร้างรายได้หลายปี
อุปกรณ์ของร้านอาหารหลายรายการมีราคาค่อนข้างสูง เช่น
เตาอุตสาหกรรม
ตู้แช่
เครื่องทำน้ำแข็ง
เครื่องล้างจาน
ระบบ POS
เครื่องชงกาแฟ
หรืออุปกรณ์สำหรับครัวกลาง
อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ถูกใช้หมดภายในหนึ่งเดือน แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้กิจการได้หลายปี
ดังนั้น การแบ่งจ่ายตามระยะเวลาจึงอาจเหมาะกว่าการนำเงินสดออกจากร้านทั้งหมดในครั้งเดียว
ลองสมมติว่าร้านต้องซื้อเครื่องครัวชุดใหม่ราคา 600,000 บาท
หากร้านนำเงินสดทั้งหมดไปจ่ายทันที เงินสำรองจะลดลง 600,000 บาทในวันเดียว
แต่หากมีทางเลือกแบ่งชำระตามระยะเวลาที่เหมาะสม ร้านสามารถเก็บเงินสดส่วนหนึ่งไว้รองรับวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายประจำได้
หลักคิดสำคัญคือ อายุของการชำระควรสัมพันธ์กับอายุการใช้งานของสิ่งที่ซื้อ
ค่าใช้จ่ายระยะยาวจึงควรจับคู่กับวิธีชำระที่มีระยะเวลายาวกว่าเงินที่ใช้หมุนวัตถุดิบประจำวัน
## 5. หุ้นส่วนเหมาะกับการขยายที่ต้องใช้เงินมากและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
อีกทางเลือกหนึ่งคือการเพิ่มผู้ร่วมลงทุนหรือหุ้นส่วน
วิธีนี้มีลักษณะแตกต่างจากการใช้วงเงิน เพราะเงินที่ได้รับเข้ามาแลกกับ
xxxส่วนความเป็นเจ้าของหรือผลตอบแทนตามข้อตกลง
สำหรับร้านที่กำลังจะขยายจากหนึ่งสาขาเป็นหลายสาขา ต้องตั้งครัวกลาง หรือสร้างแบรนด์ในระดับที่ใหญ่ขึ้น การมีหุ้นส่วนอาจช่วยให้กิจการไม่ต้องรับภาระการชำระรายเดือนทั้งหมดด้วยตัวเอง
แต่สิ่งที่เจ้าของร้านต้องพิจารณาคือสิทธิในการบริหารและส่วนแบ่งผลประโยชน์
เงินจากหุ้นส่วนจึงไม่ได้หมายความว่าไม่มีต้นทุน เพียงแต่ต้นทุนมีลักษณะแตกต่างออกไป
หากกิจการประสบความสำเร็จ ผลประโยชน์ส่วนหนึ่งก็ต้องแบ่งตาม
xxxส่วนที่ตกลงกัน
ดังนั้น วิธีนี้เหมาะกับแผนที่มีขนาดใหญ่และเจ้าของยอมรับการแบ่งสิทธิหรือผลตอบแทนได้ มากกว่าค่าใช้จ่ายประจำวันที่เกิดขึ้นเป็นรอบสั้น ๆ
## 6. ช่องทางจากสถาบันการเงิน เหมาะเมื่อวัตถุประสงค์และระยะเวลาชัดเจน
ร้านอาหารที่มีแผนใช้เงินชัดเจนอาจพิจารณาช่องทางจากสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
สิ่งสำคัญคืออย่ามองผลิตภัณฑ์ทุกประเภทเป็นสิ่งเดียวกัน
บางรูปแบบออกแบบมาสำหรับสภาพคล่องระยะสั้น
บางรูปแบบมีระยะเวลาหลายปีและเหมาะกับอุปกรณ์หรือการปรับปรุงสถานที่
บางกรณีมีหลักประกัน
ขณะที่บางกรณีอาจมีกลไกอื่นเข้ามาช่วยรองรับความเสี่ยง
ดังนั้น ก่อนพิจารณา **สินเชื่อ SME** เจ้าของร้านควรกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดก่อนว่า เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกใช้กับอะไร และสิ่งนั้นสร้างรายได้กลับมาในระยะเวลาใด
หากใช้กับวัตถุดิบ รอบของเงินควรสั้น
หากใช้กับอุปกรณ์หรือการปรับปรุงร้าน ระยะเวลาควรยาวกว่า
แนวคิดนี้สำคัญกว่าการเลือกจากจำนวนสูงสุดเพียงอย่างเดียว
## 7. ไม่ควรใช้แหล่งเดียวกับทุกค่าใช้จ่ายของร้าน
ในทางปฏิบัติ ร้านอาหารหนึ่งแห่งสามารถใช้หลายแหล่งร่วมกันได้
สมมติร้านต้องใช้งบสำหรับปรับปรุงกิจการรวม 1.5 ล้านบาท แบ่งเป็น
ปรับปรุงพื้นที่ 700,000 บาท
ซื้ออุปกรณ์ครัว 500,000 บาท
เพิ่มวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายช่วงเปิดร้านอีก 300,000 บาท
การนำเงิน 1.5 ล้านบาททั้งหมดมาจากแหล่งเดียวอาจไม่จำเป็น
ร้านอาจใช้เงินของกิจการบางส่วนสำหรับค่าใช้จ่ายช่วงเปิด ใช้วิธีแบ่งจ่ายสำหรับอุปกรณ์ และเลือกช่องทางระยะยาวสำหรับการปรับปรุงร้าน
ประโยชน์ของการแยกตามวัตถุประสงค์คือทำให้แต่ละส่วนมีระยะเวลาที่เหมาะกับลักษณะของค่าใช้จ่าย
วิธีคิดนี้เรียกได้ว่าเป็นการ Matching ระหว่าง Source กับ Use หรือการจับคู่แหล่งเงินกับสิ่งที่นำเงินไปใช้
สำหรับร้านอาหาร นี่เป็นหลักที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะกิจการมีทั้งค่าใช้จ่ายที่หมดไปในหนึ่งวันและสินทรัพย์ที่ใช้งานหลายปีอยู่ในธุรกิจเดียวกัน
## ภาพตลาดร้านอาหารปี 2569 ยิ่งทำให้การเลือกแหล่งเงินต้องระมัดระวัง
ข้อมูลที่เผยแพร่โดย SME Thailand เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งอ้างอิงการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในปี 2569 มีมูลค่าประมาณ 6.82 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตประมาณ 3.9% แต่การเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมในทุกกลุ่ม
ในเวลาเดียวกัน ร้านอาหารยังเผชิญการแข่งขันสูง ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่า และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ขณะที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อเรื่องการเลือกแหล่งเงินโดยตรง
เพราะร้านไม่ควรนำการเติบโตของตลาดโดยรวมมาใช้เป็นเหตุผลว่ารายได้ของตนเองจะเพิ่มขึ้นตามตลาดโดยอัตโนมัติ
ในภาวะที่กำไรของแต่ละร้านสามารถแตกต่างกันมาก การเพิ่มภาระรายเดือนโดยไม่ได้คำนวณกระแสเงินสดของร้านเอง อาจสร้างแรงกดดันมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ
นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานในเดือนสิงหาคม 2569 ว่า แม้ภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัว แต่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิตที่ยังอยู่ในระดับสูง
https://www.easycashflows.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%88/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%88
สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งสะท้อนว่า ผู้ประกอบการไม่ควรวางแผนโดยพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว
## มุมวิเคราะห์: ร้านอาหารควรเริ่มจาก เงินจะเอาไปทำอะไร ไม่ใช่ หาได้เท่าไร
ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ง่ายคือ เจ้าของกิจการเริ่มจากคำถามว่า
สามารถหาเงินได้สูงสุดเท่าไร
แล้วจึงค่อยคิดว่าจะนำเงินไปทำอะไร
แต่สำหรับร้านอาหาร ลำดับที่เหมาะสมควรกลับกัน
ต้องทราบก่อนว่าจะใช้เงินกับอะไร จำนวนเท่าไร และเงินก้อนนั้นสร้างรายได้หรือกลับมาเป็นเงินสดเร็วเพียงใด
ค่าวัตถุดิบสำหรับสองสัปดาห์ ไม่ควรถูกวางแผนเหมือนกับเครื่องครัวที่ใช้งานห้าปี
การรีโนเวตร้านไม่ควรถูกมองเหมือนกับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับเทศกาล
และการเปิดสาขาใหม่ก็ไม่ควรพิจารณาเหมือนการซ่อมอุปกรณ์เล็กน้อยภายในร้าน
เมื่อแยกวัตถุประสงค์ออกจากกัน เจ้าของร้านจะเห็นว่าค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนควรใช้เงินจากแหล่งใด และไม่จำเป็นต้องให้แหล่งเดียวรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นี่คือจุดสำคัญของการวางโครงสร้างทางการเงินของร้านอาหารในปี 2569
ไม่ใช่การมองหาจำนวนเงินที่มากที่สุด แต่เป็นการเลือกรูปแบบที่สัมพันธ์กับรอบรายรับ รายจ่าย และอายุของสิ่งที่ร้านกำลังจะนำเงินไปใช้
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการศึกษาในรายละเอียดต่อว่า ร้านอาหารมีรูปแบบสินเชื่อเพื่อธุรกิจและสินเชื่อ SME แบบใดบ้าง รวมถึงควรพิจารณาแต่ละรูปแบบอย่างไร สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความหลักของ EasyCashflows
อ่านเพิ่มเติม:
สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็กสำหรับร้านอาหาร
https://www.easycashflows.com/knowledge/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A12568/%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3